วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568

ครั้งที่7


Loose parts play หรือ “การเล่นด้วยวัสดุหลวม” คือ แนวทางการเล่นที่เด็กๆ ใช้วัสดุที่มีลักษณะหลวม, ไม่ได้จัดรูปแบบเป็นของเล่นที่คงที่ ซึ่งอาจเป็นสิ่งของหรือวัสดุที่มีหลายรูปทรงและขนาด เช่น ก้อนหิน, กิ่งไม้, ปีกไม้, กระดาษ, เชือก, ฝาขวด ฯลฯ การเล่นประเภทนี้ช่วยส่งเสริมการใช้จินตนาการและการสร้างสรรค์ของเด็กได้ดี เพราะวัสดุหลวมสามารถนำไปใช้ประยุกต์และสร้างสรรค์ในรูปแบบต่างๆ ได้ไม่จำกัด


การเล่นร่วมกับผู้อื่นในบริบทของ Loose Parts Play:


การเล่นร่วมกับผู้อื่นในแนวทางของ Loose parts play เน้นการทำงานร่วมกัน, การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น, การแก้ปัญหา, และการสนับสนุนซึ่งกันและกันผ่านการใช้วัสดุหลวม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการพัฒนาทักษะทางสังคมและทักษะการสื่อสารของเด็ก


ประโยชน์ของการเล่นร่วมกับผู้อื่นใน Loose Parts Play:

1. การพัฒนาทักษะทางสังคม

เด็กจะได้เรียนรู้วิธีการทำงานเป็นทีม, การแชร์ทรัพยากร, การเจรจาเพื่อหาวิธีที่ดีที่สุดในการใช้วัสดุที่มี และการแก้ไขปัญหาร่วมกัน

2. การเสริมสร้างความคิดสร้างสรรค์

การเล่นร่วมกันช่วยให้เด็กได้แลกเปลี่ยนไอเดียใหม่ๆ, คิดสร้างสรรค์มากขึ้น และได้รับมุมมองจากผู้อื่นซึ่งสามารถพัฒนาไอเดียที่ดีกว่า

3. การฝึกทักษะการสื่อสาร

การพูดคุย, อธิบาย, และฟังความคิดเห็นของผู้อื่นเป็นทักษะสำคัญในการเล่นร่วมกัน ซึ่งช่วยให้เด็กพัฒนาทักษะการสื่อสารในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติ

4. การเรียนรู้การแบ่งปันและความอดทน

เด็กเรียนรู้การแบ่งปันวัสดุที่ใช้ในการเล่นและเคารพความคิดเห็นของผู้อื่น รวมถึงการฝึกความอดทนเมื่อมีการรอคอยหรือให้ผู้อื่นมีโอกาสแสดงความคิดเห็น

5. การแก้ปัญหาร่วมกัน

การเล่นกับผู้อื่นทำให้เด็กๆ ได้มีโอกาสร่วมกันหาทางออกเมื่อเกิดปัญหาหรืออุปสรรค เช่น วัสดุไม่พอใช้หรือมีข้อจำกัดในการสร้างสิ่งต่างๆ ซึ่งกระตุ้นให้เด็กเรียนรู้การคิดเชิงวิจารณญาณและการร่วมมือกัน


ตัวอย่างกิจกรรม Loose Parts Play ที่เล่นร่วมกับผู้อื่น:

1. การสร้างสะพานจากวัสดุหลวม

เด็กๆ สามารถร่วมกันสร้างสะพานจากวัสดุหลวมที่มีอยู่ เช่น กิ่งไม้, หิน, หรือกระดาษแข็ง โดยต้องร่วมมือในการคิดและแบ่งวัสดุในการสร้าง

2. การทำสวนหรือบ้านจากวัสดุธรรมชาติ

เด็กสามารถร่วมกันสร้างสวนหรือบ้านจากวัสดุหลวม เช่น ก้อนหิน, กิ่งไม้, ดอกไม้, และใบไม้ ซึ่งช่วยให้เด็กได้เรียนรู้วิธีการร่วมมือและทำงานเป็นทีม

3. การเล่นบทบาทสมมติ (Role Play)

การใช้วัสดุหลวมในการสร้างสิ่งของหรือสถานที่ เช่น การสร้างร้านค้า, โรงพยาบาล, หรือบ้าน ซึ่งเด็กๆ สามารถแบ่งบทบาทและทำงานร่วมกันในการสร้างสถานการณ์สมมติที่พวกเขาต้องการ


สรุป


Loose parts play ไม่เพียงแต่ช่วยเสริมสร้างจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ของเด็ก แต่ยังเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาทักษะทางสังคมเมื่อเด็กๆ ได้ร่วมเล่นกับผู้อื่น การเรียนรู้วิธีการทำงานร่วมกัน, การสื่อสาร, และการแบ่งปัน จะช่วยให้เด็กเติบโตเป็นผู้ที่สามารถมีทักษะการทำงานร่วมกับผู้อื่นในอนาคตได้ดีขึ้นค่ะ



 


ครั้งที่6



 การสร้างนวัตกรรมด้วย 5 Gpass 5 Step เป็นกรอบแนวทางที่ช่วยให้กระบวนการพัฒนานวัตกรรมมีความชัดเจนและสามารถนำไปปฏิบัติได้ โดย 5 Gpass ย่อมาจากคำว่า Goal, Gap, Group, Generate, และ Gauge ซึ่งหมายถึงขั้นตอนต่างๆ ที่ควรทำเมื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ โดยมีกระบวนการทั้งหมด 5 ขั้นตอนหลักในการทำงาน เพื่อให้บรรลุผลลัพธ์ที่ต้องการ


5 Gpass 5 Step ในการสร้างนวัตกรรม

1. Goal (เป้าหมาย)

• ขั้นตอนแรก คือการกำหนดเป้าหมายที่ชัดเจนสำหรับนวัตกรรมที่ต้องการสร้าง เป้าหมายนี้จะเป็นแนวทางในการขับเคลื่อนกระบวนการสร้างนวัตกรรมให้ไปในทิศทางที่ถูกต้องและชัดเจน

• การตั้งเป้าหมายควรพิจารณาถึงปัญหาที่จะได้รับการแก้ไข, ความต้องการของผู้ใช้, และผลกระทบที่ต้องการให้เกิดขึ้น

• ตัวอย่าง: “เราต้องการพัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยผู้คนในการค้นหาแหล่งเรียนรู้ออนไลน์”

2. Gap (ช่องว่าง)

• ขั้นตอนที่สอง คือการวิเคราะห์และหาช่องว่างระหว่างสิ่งที่มีอยู่ในปัจจุบันและสิ่งที่ต้องการบรรลุในอนาคต

• การศึกษาปัญหาหรือความต้องการที่ยังไม่ได้รับการตอบสนอง หรือสิ่งที่ยังไม่มีอยู่ในตลาดที่สามารถแก้ไขปัญหานั้นได้

• ตัวอย่าง: “มีแอปพลิเคชันการศึกษาหลายตัว แต่ไม่สามารถช่วยให้ผู้ใช้เลือกแหล่งเรียนรู้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ”

3. Group (กลุ่ม)

• ขั้นตอนที่สาม คือการสร้างกลุ่มที่มีความหลากหลายและสามารถช่วยคิดหาแนวทางในการแก้ไขปัญหาหรือเติมเต็มช่องว่าง

• การรวมกลุ่มคนที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกัน เพื่อทำให้ได้มุมมองที่หลากหลาย ซึ่งจะช่วยในการสร้างนวัตกรรมที่มีคุณภาพ

• ตัวอย่าง: “รวมกลุ่มนักพัฒนาแอป, นักออกแบบ, และผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษามาเป็นทีม”

4. Generate (สร้าง)

• ขั้นตอนที่สี่ คือการสร้างแนวคิดหรือนวัตกรรมใหม่ๆ ที่สามารถตอบโจทย์เป้าหมายและแก้ปัญหาที่พบ

• นี่คือขั้นตอนของการระดมความคิด (Brainstorming) และสร้างโปรโตไทป์หรือแนวคิดที่เป็นไปได้เพื่อทดสอบกับกลุ่มเป้าหมาย

• ตัวอย่าง: “พัฒนาแอปพลิเคชันที่ช่วยให้ผู้ใช้สามารถเลือกแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมได้ตามความต้องการ และแนะนำคอร์สที่เหมาะสมกับผู้เรียน”

5. Gauge (วัดผล)

• ขั้นตอนสุดท้าย คือการทดสอบและประเมินผลของนวัตกรรมที่สร้างขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่ามันสามารถตอบโจทย์ที่ตั้งไว้ได้จริง

• การวัดผลจะช่วยให้เราทราบถึงจุดแข็งและจุดที่ต้องปรับปรุงของนวัตกรรม พร้อมทั้งสามารถนำข้อมูลที่ได้มาพัฒนาต่อยอดในอนาคต

• ตัวอย่าง: “ทดสอบแอปพลิเคชันกับผู้ใช้กลุ่มเป้าหมายเพื่อประเมินความพึงพอใจและประสิทธิภาพในการใช้งาน”


ครั้งที่5


 คาบนี้ไม่ได้ไปมหาลัยอาจารย์ให้เรียนผ่านแอพ เนื่องจาก มีฝุ่นระบาดทางมหาลัยได้มีการจัดการเรียนรู้แบบออนไลน์ได้พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อสัมมนาของแต่ละกลุ่มเพื่อจัดเตรียมความพร้อมในการนำเสนอ ได้พูดคุยเกี่ยวกับหัวข้อสัมมนาของแต่ละกลุ่มเพื่อจัดเตรียมความพร้อมในการนำเสนอข้อมูลให้เหมาะสมะ

ครั้งที่4





 คาบนี้ได้หาข้อมูลเพิ่มเติม หัวข้อที่สัมมนาของแต่ละกลุ่มว่าแต่ละกลุ่มจะจัดขึ้นเมื่อไหร่และได้เขียนอุปกรณ์ส่งอาจารย์ในการทำ หัวข้อที่สัมมนาของแต่ละกลุ่มว่าแต่ละกลุ่มจะจัดขึ้นเมื่อไหร่และได้เขียนอุปกรณ์ส่งอาจารย์ในการทำสื่อทำแผน กลุ่มเราคือกลุ่ม สารนิทัศน์ และได้ข้อมูลเพิ่มเติมดังนี้

สารนิทัศน์เด็กปฐมวัย (Early Childhood Education Philosophy)


1. ความหมายของสารนิทัศน์


“สารนิทัศน์” หมายถึง แนวคิดหลักหรือภาพรวมของการจัดการศึกษาที่แสดงให้เห็นทิศทาง ความเชื่อ และเป้าหมายในการพัฒนาเด็ก


สำหรับเด็กปฐมวัย (อายุ 0–6 ปี) สารนิทัศน์คือการแสดงแนวทางว่าการดูแลและจัดการเรียนรู้ควรเป็นอย่างไร เพื่อส่งเสริมให้เด็กเติบโตและพัฒนาได้อย่างเต็มศักยภาพในทุกด้าน




2. สารนิทัศน์ตามหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย พ.ศ. 2560


“เด็กปฐมวัยเป็นทรัพยากรที่มีคุณค่า มีสิทธิที่จะได้รับการพัฒนาอย่างเต็มตามศักยภาพด้วยกระบวนการที่เคารพธรรมชาติของเด็ก โดยส่งเสริมให้เด็กเรียนรู้ผ่านการเล่น การลงมือปฏิบัติ และการมีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลและสิ่งแวดล้อมในบริบทที่เหมาะสม ภายใต้การดูแล เอาใจใส่ และจัดประสบการณ์ที่มีคุณภาพจากผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย”




3. องค์ประกอบสำคัญของสารนิทัศน์


3.1 เคารพธรรมชาติของเด็ก

• เด็กมีความแตกต่างตามวัย พัฒนาการ และบุคลิกภาพ

• ต้องไม่เร่งเรียน ไม่เร่งพัฒนา

• ควรจัดกิจกรรมตามจังหวะการเรียนรู้ของแต่ละคน


3.2 การเรียนรู้ผ่านการเล่น (Learning through Play)

• การเล่นคือวิธีเรียนรู้ตามธรรมชาติของเด็ก

• การเล่นช่วยพัฒนาทั้งกล้ามเนื้อ ความคิดสร้างสรรค์ สังคม และอารมณ์

• ครูควรสร้างสภาพแวดล้อมที่กระตุ้นการเล่นอย่างมีความหมาย


3.3 การมีปฏิสัมพันธ์

• เด็กเรียนรู้ผ่านการสื่อสาร พูดคุย และอยู่ร่วมกับคนรอบข้าง

• ปฏิสัมพันธ์ที่ดีกับครู พ่อแม่ และเพื่อน ส่งเสริมพัฒนาการทุกด้าน


3.4 พัฒนาการแบบองค์รวม (Whole Child Development)

• ร่างกาย: กล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว การดูแลสุขภาพ

• อารมณ์-จิตใจ: รู้จักตนเอง เข้าใจอารมณ์

• สังคม: การอยู่ร่วม การแบ่งปัน การเห็นอกเห็นใจ

• สติปัญญา: ความคิด การแก้ปัญหา การใช้ภาษา การจินตนาการ


3.5 บทบาทของผู้ใหญ่และชุมชน

• พ่อแม่ ครู และชุมชนมีหน้าที่ร่วมกันในการเลี้ยงดูเด็ก

• ต้องร่วมกันสร้าง “ประสบการณ์คุณภาพ” ให้เด็ก




4. แนวคิดพื้นฐานที่สนับสนุนสารนิทัศน์

• Constructivism (การสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง) – เด็กเรียนรู้โดยสร้างประสบการณ์ของตนเอง

• Reggio Emilia Approach – เชื่อว่าเด็กมีศักยภาพและเรียนรู้ผ่านการสำรวจ

• Montessori Method – ส่งเสริมการเรียนรู้ที่มีอิสระภายใต้การดูแล

• HighScope Approach – เน้นกระบวนการวางแผน ลงมือทำ และทบทวน




5. ประโยชน์ของการมีสารนิทัศน์ที่ชัดเจน

• ช่วยให้ผู้สอนและผู้ดูแลเด็กมีแนวทางที่เป็นระบบ

• สร้างความเข้าใจร่วมกันระหว่างโรงเรียน ครอบครัว และชุมชน

• ช่วยส่งเสริมพัฒนาการเด็กได้อย่างถูกทิศทางและปลอดภัย



ครั้งที่3

คาบนี้ได้จัดทำเล่มโครงการสัมมนา เรื่อง สารนิทัศน์…ประเมินเด็กได้จริงหรือ






 

ครั้งที่2

 




คาบนี้อาจารย์ให้สรุปความรู้ไม่ต้องเข้าในห้องเรียนคาบนี้เป็นการจัดกลุ่มแบ่งสมาชิกในการสัมนาและพูดคุยหัวข้อ สารนิทัศน์


สารนิทัศน์เด็กปฐมวัย คือ แนวคิดหรือภาพรวมที่ใช้กำหนด แนวทางในการจัดการเรียนรู้และพัฒนาการเด็กปฐมวัย (อายุ 0-6 ปี) ให้เหมาะสมกับช่วงวัย เพื่อวางพื้นฐานที่ดีในด้านร่างกาย อารมณ์ จิตใจ สังคม และสติปัญญา


พูดง่าย ๆ ก็คือ สารนิทัศน์เป็น “หัวใจสำคัญ” หรือ “กรอบแนวคิดหลัก” ที่ครูและผู้ปกครองใช้เป็นแนวทางในการดูแล ส่งเสริม และจัดประสบการณ์เรียนรู้สำหรับเด็กปฐมวัยอย่างถูกต้อง


รายชื่อสมาชิกในกลุ่ม

นางสาวจนัญญา โพธิ์ดี6511218213 เลขที่ 44

นางสาวณัฏฐณิชา วงศ์มานะโรจน์ศรี 6511218908 เลขที่ 48

นางสาวปณิสรา บุญครอง6511219435 เลขที่ 50

นางสาวศิโรรัตน์ สีดาร้อยเอ็ด6511219609 เลขที่ 51

นางสาวกุลนัฐ สิทธิ6511219666 เลขที่ 53


วันอังคารที่ 10 ธันวาคม พ.ศ. 2567

ครั้งที่ 1



อาจารย์ได้แจกแจงว่าคาบแรกมีอะไรบ้างในวิชานี้ เราจะเรียนกันทั้งในรูปแบบกิจกรรม สนทนา การเรียนรู้ผ่านสื่อ และการลงมือทำจริง เพื่อให้นักเรียนได้เข้าใจเนื้อหาอย่างลึกซึ้ง และสนุกไปกับการเรียนมากที่สุดและเพื่อให้นักเรียนได้รู้ว่าอะไรสำคัญบ้าง คุณครูจะแจกแจงรายคะแนนที่เราจะใช้ประเมินผลกันค่ะ”แจกแจงสิ่งที่ต้องเรียนรู้ในเทอมนี้ 


ครั้งที่16

  คนรุ่น Gen Z ในประเทศไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญของชาติผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในหลายด้าน ดังนี้: การศึกษาและเท...