วันอาทิตย์ที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2568

ครั้งที่16



 คนรุ่น Gen Z ในประเทศไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญของชาติผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในหลายด้าน ดังนี้:


การศึกษาและเทคโนโลยี: Gen Z ในประเทศไทยมีความเชี่ยวชาญด้านดิจิทัลและนำเทคโนโลยีมาใช้ในการศึกษาอย่างกว้างขวาง พวกเขาให้ความสำคัญกับการเรียนรู้ออนไลน์ที่ยืดหยุ่นและมีประสิทธิภาพ โดยเลือกใช้แล็ปท็อปที่มีประสิทธิภาพสูงและพกพาสะดวก เพื่อสนับสนุนการเรียนรู้และการทำงานที่มีประสิทธิภาพ  

การทำเสื้อผ้ามัดย้อม (Tie-dye) เป็นศิลปะการย้อมผ้าที่มีความเป็นเอกลักษณ์ ด้วยการใช้เทคนิค “มัด” หรือ “บิด” ผ้าในรูปแบบต่างๆ ก่อนย้อมสี ทำให้เกิดลวดลายเฉพาะตัวบนผืนผ้า เหมาะสำหรับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าแฟชั่น หรือผลิตภัณฑ์ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์ไทย ๆ ด้วยกลิ่นอายความร่วมสมัยของ Gen Z


อุปกรณ์ที่ใช้

• ผ้าหรือเสื้อ (ควรใช้ผ้าฝ้าย 100% เพื่อดูดซึมสีได้ดี)

• สีผ้าหรือสีสำหรับมัดย้อม (เช่น สีรีแอคทีฟ หรือสีจากธรรมชาติ)

• หนังยาง หรือเชือก

• ถุงมือยาง

• ขวดบีบสำหรับใส่สี

• ถังใส่น้ำ

• พลาสติกหรือถุงสำหรับห่อผ้า

• โซดาแอช (ถ้าต้องการให้สีติดทน)


ขั้นตอนการทำ

1. เตรียมผ้า: ซักผ้าให้สะอาดเพื่อเอาคราบแป้งออก

2. มัดผ้า: ใช้เทคนิคการพับ บิด หรือม้วนผ้าในลวดลายที่ต้องการ เช่น ลายวงกลม ลายเกลียว ลายพับซิกแซก แล้วมัดให้แน่นด้วยหนังยาง

3. เตรียมสี: ผสมสีตามคำแนะนำข้างขวด อาจเติมโซดาแอชในน้ำเพื่อช่วยให้สีติดผ้า

4. ย้อมสี: ใช้ขวดบีบสีใส่ลงไปในผ้าที่มัดไว้ ตามลายที่ต้องการ

5. หมักสี: ห่อผ้าที่ย้อมแล้วด้วยพลาสติก ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 6-8 ชั่วโมง (หรือข้ามคืน)

6. ล้างและตาก: คลี่ผ้าออกแล้วล้างด้วยน้ำเย็นจนกว่าน้ำจะใส ซักด้วยน้ำเปล่าหรือน้ำสบู่อ่อน แล้วตากให้แห้ง


จุดเด่นของมัดย้อมที่ Gen Z ชอบ

• มีเอกลักษณ์ ไม่ซ้ำใคร

• สื่อความคิดสร้างสรรค์

• เป็นงานทำมือ (handmade) ที่สะท้อนความตั้งใจ

• ประยุกต์ใช้ได้กับแฟชั่นสมัยใหม่ เช่น เสื้อโอเวอร์ไซส์ กระเป๋าผ้า ถุงเท้า หมวก ฯลฯ

• สามารถใช้สีธรรมชาติ เช่น คราม ขมิ้น มะเกลือ เพื่อสร้างภาพลักษณ์รักษ์โลก


ถ้าอยากทำเป็นโปรเจกต์หรือธุรกิจเล็ก ๆ ก็เริ่มต้นง่าย และสามารถต่อยอดเป็นสินค้าท้องถิ่นร่วมสมัยที่ตอบโจทย์ทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศได้เลย


ครั้งที่15


 การสร้างสรรค์ 3 มิติ (3D) ในโลกกราฟิกเป็นอีกหนึ่งทางที่ Gen Z ใช้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ โดยผสมผสานศิลปะ เทคโนโลยี และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกัน เหมาะกับงานหลากหลาย ทั้งเกม แอนิเมชัน โฆษณา งานออกแบบผลิตภัณฑ์ ไปจนถึงโลกเสมือนจริง (Metaverse)


แกนหลักของงาน 3 มิติ

1. Modeling (การสร้างแบบจำลอง 3 มิติ)

การสร้างรูปร่างของวัตถุ เช่น ตัวละคร ฉาก สิ่งของต่าง ๆ ด้วยซอฟต์แวร์ 3D เช่น Blender, Maya, ZBrush

2. Texturing (การใส่พื้นผิว)

การลงสี ลวดลาย และรายละเอียดพื้นผิว เช่น หนัง ไม้ โลหะ เพื่อให้วัตถุสมจริงหรือมีสไตล์เฉพาะตัว

3. Rigging & Animation (การใส่โครงกระดูกและเคลื่อนไหว)

ใช้ในการทำให้ตัวละครเคลื่อนไหวได้ เช่น การเดิน ยิ้ม หรือเต้น โดยเฉพาะงานในเกมและแอนิเมชัน

4. Lighting & Rendering (การจัดแสงและเรนเดอร์)

จัดแสงเพื่อให้ฉากสมจริงหรือตามอารมณ์ที่ต้องการ และเรนเดอร์ภาพหรือวิดีโอจากฉาก 3 มิติ


ซอฟต์แวร์ยอดนิยมที่คนรุ่นใหม่ใช้

• Blender: ฟรีและครบเครื่อง เหมาะกับผู้เริ่มต้นจนถึงมือโปร

• Cinema 4D: ดีมากสำหรับงาน Motion Graphic

• Maya/3ds Max: มาตรฐานอุตสาหกรรมในงานภาพยนตร์และเกม

• ZBrush: สำหรับปั้นโมเดลที่ซับซ้อน เช่น ตัวละครหรือสิ่งมีชีวิต


ตัวอย่างการนำไปใช้

• แอนิเมชัน/ภาพยนตร์สั้น: ทำตัวละครและเรื่องราว

• เกม: ออกแบบฉาก ตัวละคร อาวุธ

• NFT Art/ผลงานดิจิทัล: สร้างโมเดลขายออนไลน์

• AR/VR: ใช้ในแอปพลิเคชันเสมือนจริง

• โฆษณา: สร้างโมเดลสินค้า 3D แสดงสินค้าได้เสมือนจริง




จุดเด่นที่เหมาะกับ Gen Z

• เปิดกว้างทางจินตนาการ: ไม่มีขอบเขตในการสร้าง

• ทำงานข้ามโลกได้: ส่งผลงานขายต่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม

• ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล: เข้ากับโลกเสมือนและแฟชั่นใหม่ ๆ เช่น Metaverse




ครั้งที่14



 สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนหรือผู้เริ่มต้นเข้าใจว่า “โค้ด” ไม่ใช่แค่เรื่องยาก แต่คือเครื่องมือในการ “เล่น” และ “สร้าง” สิ่งใหม่ได้อย่างสนุก!




วัตถุประสงค์

• ปลุกความคิดสร้างสรรค์ผ่านการเขียนโปรแกรม

• สอนพื้นฐานโค้ดแบบง่ายและเข้าใจสนุก

• เชื่อมโยงโค้ดกับเกม/แอป/โปรเจกต์จริง

• เปิดมุมมองให้เห็นว่าโค้ดคือภาษาของอนาคต




หัวข้อย่อย (เลือกใช้ประกอบได้)

1. “เขียนโค้ดอย่างเล่น แต่เล่นอย่างโปร!”

– ปูพื้นฐาน Coding ด้วยเกมง่าย ๆ เช่น Scratch, Blockly หรือ Tynker

2. “โปรแกรมเมอร์ตัวน้อย สร้างได้ตั้งแต่มัธยม”

– เวิร์กช็อปเขียนเกมหรือแอปง่าย ๆ ด้วย Python หรือ JavaScript

3. “จากไอเดียสู่โค้ดจริง”

– สอนการวางแผนสร้างแอป หรือเกมจากความคิดของตัวเอง

4. “Code + Creativity = อนาคต”

– แสดงตัวอย่างงานสร้างสรรค์จากโค้ด เช่น งานศิลป์ดิจิทัล เกม หรือแอนิเมชัน

5. “AI ไม่ได้มาแทน แต่มาเป็นเพื่อนเรา”

– สอดแทรกแนวคิดการใช้ AI tools เช่น ChatGPT, GitHub Copilot มาช่วยในการเรียนรู้

6. “โค้ดนี้เพื่อสังคม”

– ปลูกฝังแนวคิดการสร้างโปรแกรม/แอปที่ช่วยเหลือคนอื่น เช่น ระบบแจ้งเตือนผู้สูงอายุ แอปเรียนรู้สำหรับเด็กด้อยโอกาส ฯลฯ


ทำไม Coding ถึงสำคัญ?

• ช่วย สร้างแอป เกม เว็บไซต์ ได้เอง

• ฝึกการ คิดอย่างมีระบบ (Logical Thinking)

• เป็น ทักษะแห่งอนาคต ที่หลายอาชีพต้องใช้

• สร้างโอกาสในการเป็นผู้ประกอบการหรือฟรีแลนซ์ได้



ครั้งที่13


 การศึกษา STEAM คือแนวทางการเรียนรู้ที่บูรณาการความรู้จาก 5 สาขาหลักเข้าด้วยกัน ได้แก่:


S – Science (วิทยาศาสตร์)

T – Technology (เทคโนโลยี)

E – Engineering (วิศวกรรม)

A – Arts (ศิลปะ)

M – Mathematics (คณิตศาสตร์)




แนวคิดของ STEAM Education

• ไม่ได้สอนแยกวิชาแบบเดิม

• แต่นำทุกศาสตร์มาผสมผสานเพื่อ สร้างสรรค์นวัตกรรม และ แก้ปัญหาในชีวิตจริง

• เน้นให้ผู้เรียนได้ ลงมือทำ (Hands-on)

และพัฒนาทักษะ 4Cs ของศตวรรษที่ 21:

Critical thinking, Communication, Collaboration, Creativity




ตัวอย่างกิจกรรม STEAM

• สร้างหุ่นยนต์เล็ก ๆ ที่ควบคุมด้วยโค้ด (STEM + Art = STEAM)

• ทำโครงงานมัดย้อมผ้าที่วิเคราะห์เรื่องสี (Science + Art)

• ออกแบบเมืองอัจฉริยะใน Minecraft หรือเกม 3D (Engineering + Tech + Art)

• เขียนโปรแกรมเกม + ออกแบบตัวละครเอง (Tech + Art + Math)




ทำไม STEAM เหมาะกับ Gen Z?

• กระตุ้นความคิดสร้างสรรค์และการเรียนรู้อย่างมีความหมาย

• ปรับให้เข้ากับโลกยุคดิจิทัล

• ปูทางสู่สายอาชีพแห่งอนาคต เช่น Game Developer, Creative Technologist, UX Designer, Data Artist ฯลฯ


ครั้งที่12



สารนิทัศน์ของเด็กปฐมวัย หมายถึง ข้อความที่สรุปสาระสำคัญเกี่ยวกับกิจกรรมหรือโครงการที่เกี่ยวข้องกับเด็กปฐมวัย (อายุประมาณ 0–6 ปี) โดยเน้นเนื้อหาที่แสดงถึง วัตถุประสงค์ วิธีการจัดกิจกรรม และผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับเด็ก เช่น พัฒนาการ ทักษะ ความรู้ หรือพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงไป



อธิบายอย่างละเอียด

1. คำว่า “สารนิทัศน์” คืออะไร?

• เป็นข้อความที่ใช้สรุปภาพรวมของงาน หรือรายงาน

• เขียนแบบย่อความ มีลักษณะทางวิชาการ

• ใช้ภาษาที่ชัดเจน เป็นทางการ และอ่านแล้วเข้าใจภาพรวมทั้งหมด

2. คำว่า “ของเด็กปฐมวัย” คืออะไร?

• หมายถึง เนื้อหาหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับ เด็กเล็กในช่วงก่อนวัยเรียน (เช่น อนุบาล 1–3 หรือเด็กศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก)


ตัวอย่างสารนิทัศน์ของกิจกรรมเด็กปฐมวัย

กิจกรรมการเรียนรู้เรื่อง “ผสมสีจากธรรมชาติ” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญาและกล้ามเนื้อมัดเล็กของเด็กปฐมวัย โดยให้เด็กทดลองใช้สีที่ได้จากพืช เช่น ขมิ้น บีทรูท และใบเตย มาระบายลงบนกระดาษ กิจกรรมนี้ช่วยให้เด็กเกิดการเรียนรู้เชิงทดลอง ได้ฝึกการใช้มือและสายตาอย่างสัมพันธ์กัน รวมทั้งเกิดความภาคภูมิใจในผลงานของตนเอง ผลการดำเนินงานพบว่าเด็กมีความกระตือรือร้น กล้าทดลอง และแสดงออกอย่างสร้างสรรค์ตามวัย

และนี่คือภาพกิจกรรมสารนิทัศน์



 



ครั้งที่16

  คนรุ่น Gen Z ในประเทศไทยกำลังมีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนความเจริญของชาติผ่านความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในหลายด้าน ดังนี้: การศึกษาและเท...